วัดพระราม ๙ ฯ วิถีแห่งความเรียบง่าย

No Tags | อื่นๆ

ทั่วประเทศมีวัดกว่า 30,000 วัด เฉพาะในกรุงเทพฯ มีถึง 443 วัด แต่มีเพียงวัดเดียวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นและพระราชทานนามว่าวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก

 

วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่เลขที่ 999 ถนนพระราม 9 ซอยที่ 19 เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ในบริเวณชุมชนบึงพระราม 9 ขอบเขตที่ดินเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เนื้อที่ทั้งหมด 8-2-54 ไร่ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งวัดพระราม ๙ เป็นวัดในพระพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2540

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริให้ก่อสร้างวัดพระราม ๙ เมื่อปี 2538 เพื่อทรงให้ “วัด” เป็นศูนย์กลางการพัฒนา เพราะ “วัด” เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชน ในลักษณะ 3 ประสานที่เรียกว่า “บ้าน-วัด-โรงเรียน หรือ

บวร” ซึ่งเป็นหลักการในสังคมไทยครั้งอดีต เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการสร้างประโยชน์ให้แก่เยาวชนและประชาชนด้วยการขัดเกลาจิตใจให้มีความมั่นคงและมีคุณธรรม จากความค้ำจุนและช่วยเหลือของหน่วยงานราชการ เพื่อให้ครอบครัวและชุมชนมีความผาสุก โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางในการประสาน จึงให้จัดตั้งวัดขึ้นในบริเวณชุมชนบึงพระราม 9 เพื่อเป็นทั้งพุทธสถานในการประกอบกิจของพระสงฆ์ในการสืบทอดและเผยแผ่พระพุทธศาสนา ในขณะเดียวกันเพื่อเป็นศูนย์รวมแห่งจิตใจของราษฎรในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งที่เป็นกิจกรรมที่เกี่ยวข้องทางศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี ตลอดจนการพัฒนาชุมชนบริเวณบึงพระราม 9 ร่วมกับทางโรงเรียนหรือส่วนราชการต่าง ๆ ตามหลักการ “บวร”

 

เพื่อสนองแนวพระราชดำริ มูลนิธิชัยพัฒนาจึงร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งประชาชน ภาคเอกชน ตลอดจนส่วนราชการต่าง ๆ จัดสร้างวัดขึ้น บนที่ดินที่นางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี น้อมเกล้าฯ ถวาย ซึ่งเดิมคณะอนุกรรมการฝ่ายออกแบบฯ ได้ประมาณราคาค่าก่อสร้างในวงเงิน 100 ล้านบาท เพื่อให้สมพระเกียรติ แต่เมื่อนำความกราบบังคมทูลพระองค์ฯ สั่งให้ปรับแบบพระอุโบสถและอาคารอื่น ๆ ให้มีขนาดเล็กลงเพราะมีพระราชประสงค์ให้เป็นวัดเล็ก ๆ โบสถ์ เล็ก ๆ จุคนได้ 30-40 คน กุฏิเล็ก ๆ ไม่โปรดให้สร้างวัดขนาดใหญ่ โดยให้ใช้งบประมาณไม่เกิน 10 ล้านบาท ยึดหลักความประหยัด เรียบง่ายและเกิดประโยชน์สูงสุด คณะกรรมการฯ จึงออกแบบง่าย ๆ ไม่หรูหรา ประกอบด้วยอุโบสถ ศาลาอเนกประสงค์ สระน้ำ กุฏิเจ้าอาวาส กุฏิพระจำนวน 5 หลัง โรงครัว และอาคารประกอบที่จำเป็น อาคารทุกหลังใช้สีขาวแสดงถึงความบริสุทธิ์ สะอาดสวยงาม พื้นที่โดยรอบปลูกต้นไม้นานาชนิดเพื่อให้เกิดร่มเงาและความร่มเย็นแก่พุทธศาสนิกชนที่เข้ามาประกอบกิจกรรมทางพุทธศาสนา

 

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานที่ดิน จำนวน 5-0-01 ไร่ ซึ่งนางสาวจวงจันทร์ สิงหเสนี น้อมเกล้าฯ ถวายเพิ่ม ให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) สร้างโรงเรียน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษก” เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. 2539 เรื่อยมา ปัจจุบันวัดพระราม ๙ มีพระเทพญาณวิศิษฏ์ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสพร้อมด้วยพระภิกษุสามเณรอีก 13 รูป

 

พระเทพญาณวิศิษฏ์ กล่าวว่า ด้วยลักษณะของวัดที่แตกต่างจากวัดอื่น ๆ ถือว่าเป็นวัดที่ใช้เงินในการสร้างโบสถ์น้อยที่สุดในประเทศเพียง 3 ล้านบาท ทำให้วัดจากต่างจังหวัดมาขอแบบไปสร้างวัดแล้วกว่า 30 วัด ส่วนบทบาทของวัดได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกวันจะมีพุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญตักบาตรและปฏิบัติ ธรรมเฉลี่ยวันละ 20-30 คน เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ราว 50 คน เนื่องจากพื้นที่จำกัด นอกจากนี้ทางวัดยังจัดกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งการจัดเทศนาสั่งสอนประชาชนทุกวันพระ การนำพุทธศาสนิกชนประกอบศาสนพิธีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วันวิสาขบูชา วันเข้าพรรษา วันอาสาฬหบูชา กิจกรรมพิธีการในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันสงกรานต์ วันลอยกระทง โดยจัดกิจกรรมอย่างเรียบง่ายไม่หรูหรา จัดฝึกอบรมศีลธรรมจริยธรรมแก่เยาวชน เน้นการฝึกอบรมจิตด้วยสมาธิวิธี เพื่อพัฒนาจิตใจของเยาวชนให้เป็นคนมีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจ มีสมาธิในการเล่าเรียน มีสำนึกในทางศีลธรรม มีมารยาทที่ดีงามรู้จักทำประโยชน์แก่ส่วนรวมมี 3 ส่วนคือ จัดฝึกอบรมจิตภาวนา แก่นักเรียนโรงเรียนพระราม 9 จัดฝึกอบรมจิตภาวนา แก่เยาวชนในชุมชน ซึ่งส่วนมากเป็นบุตรหลานของประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้วัด โดยจัดฝึกอบรมในเวลาเย็นทุกวัน มีการนำเด็กไหว้พระสวดมนต์ รับศีล แนะนำความรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เพื่อให้เด็กรู้เรื่องของพระพุทธศาสนาในขั้นพื้นฐานแล้วฝึกนั่งสมาธิ

 

รวมทั้งยังให้นักเรียนจากโรงเรียนพระราม 9 ตั้งแต่ชั้นอนุบาลสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าทุกวัน ช่วงเที่ยงให้มาร่วมรับประทานอาหารในช่วงฉันเพลและร่วมสวดมนต์ เล่านิทานสอนใจ สอนธรรมะ ทำความสะอาดวัด ใช้ธรรมะปลูกฝังและกล่อมเกลาจิตใจตั้งแต่เด็ก และจัดโครงการข้าวก้นบาตร โดยคัดเลือกนักเรียนจากโรงเรียนพระราม ๙ ที่ฐานะยากจน เข้ามารับประทานอาหารในวัด การจัดห้องอ่านหนังสือและห้องโสตทัศนศึกษาเกี่ยวกับพุทธศาสนาและพระราชกรณียกิจ กิจกรรมธรรมะสัญจร สำหรับประชาชนทั่วไป ทุกเย็นตั้งแต่ 17.00 น. หลังทำวัตรเย็นยังให้พุทธศาสนิกชนร่วมปฏิบัติสมาธิ-ภาวนา 45 นาที-ชม.ครึ่ง รวมทั้งจัดปฏิบัติธรรมปีละ 2 ครั้งในช่วงปิดเทอม 7 วัน 8 คืน ครั้งละ 80-120 คน การบวชภาคฤดูร้อนให้กับสามเณร การจัดธุดงค์ที่เขาใหญ่ และการจัดอุปสมบทและบรรพชา 89 รูปในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษาในปีนี้ด้วย

 

 

ส่วนที่พุทธศาสนิกชนจำนวนมากกำลังนิยมเรื่องการจองพระรุ่นต่าง ๆ นั้น อาตมาเห็นว่าพุทธศาสนาเปรียบเหมือนต้นไม้ ที่ต้องประกอบด้วยรากแก้วที่ถือเป็นแก่นของพระพุทธศาสนา และส่วนประกอบอื่น ๆ ทั้งรากฝอย กระพี้ กิ่ง ก้านใบ การเช่าบูชาพระถือเป็นส่วนประกอบของศาสนาพุทธ แต่อยากให้พุทธศาสนิกชนเข้าถึงแก่นของพระพุทธศาสนามากกว่า อีกทั้งยุคนี้เยาวชนและผู้คนห่างไกลวัดมากขึ้น อาตมาจึงอยากให้รัฐธรรมนูญกำหนดให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เพื่อนำพุทธศาสนาไปกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญไม่ให้คนไทยลืม

 

 

แหล่งที่มา เดลินิวส์